LIQINFO

Ale & Lager ความเหมือนที่แตกต่าง

Ale & Lager ความเหมือนที่แตกต่าง1
https://www.mendetails.com/life/

สำหรับคอเบียร์คงรู้กันดีว่าเวลาไปดื่มเบียร์จะต้องเลือกชนิดของเบียร์ที่จะดื่มเสียก่อนว่าจะดื่ม Ale หรือ lager เพราะเบียร์ทั้งสองชนิดนี้มีรสชาติไม่เหมือนกัน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาในวงการเบียร์อาจจะยังไม่รู้จักเบียร์ทั้ง 2 ชนิดนี้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และวันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับเบียร์ทั้ง 2 ชนิดนี้กันค่ะ 

Ale & Lager ความเหมือนที่แตกต่าง2
https://justbeerapp.com/article/ales-vs-lagers-whats-the-difference

ความแตกต่างของ Ale & Lager

Ale & Lager เป็นเบียร์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเดียวกัน แต่เบียร์ทั้ง 2 ชนิดนี้ก็มีความต่างกันอยู่หลายประการ ซึ่งความต่างของ Ale & Lager มีดังนี้

1.ชนิดของยีสต์ 

ยีสต์ที่ใช้ในการหมักเบียร์ Ale เป็นยีสต์ประเภทหมักลอยผิว (top-fermenting yeast) ทำให้ปฏิกิริยาการหมักเบียร์จะเกิดขึ้นที่บริเวณผิวหน้าของน้ำเบียร์หรือบริเวณด้านบนของถังหมักเบียร์ก่อนและไล่ลงไปที่บริเวณด้านล่างของถังหมักเบียร์

ยีสต์ที่ใช้ในการหมักเบียร์ Lager เป็นยีสต์ประเภทหมักนอนก้น (bottom-fermentation yeast) ทำให้ปฏิกิริยาการหมักเบียร์จะเกิดขึ้นที่บริเวณก้นของน้ำเบียร์หรือบริเวณด้านล่างของถังหมักเบียร์ก่อนและไล่ขึ้นมาที่บริเวณด้านบนของถังหมักเบียร์

2.อุณหภูมิในการหมัก

อุณหภูมิในการหมัก Ale จะใช้อุณหภูมิสำหรับหมักอยู่ที่ในช่วง 15-24 องศา เซลเซียส 

อุณหภูมิในการหมัก Lager จะใช้อุณหภูมิสำหรับหมักไม่เกิน 5-15 องศา เซลเซียส เมื่อทำการหมักเสร็จแล้วจะต้องเก็บเบียร์ที่หมักได้ในอุณหภูมิ 0-32 องศาเซลเซียส เพื่อคงคุณภาพของเบียร์

3.ระยะเวลาในการหมัก

การหมัก Ale ใช้ระยะเวลาในการหมัก 7-8 วันก็สามารถนำมาดื่มได้แล้ว 

การหมัก Lager จะใช้เวลาในการหมักประมาณ 28 วัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงการหมักด้วยอุณหภูมิ 5-15 องศาเซลเซียสและช่วงการเก็บก่อนนำออกมาดื่ม ซึ่งเบียร์ Lager รวมแล้วใช้เวลาการหมักนานกว่าเบียร์ Ale 

4.ลักษณะของเบียร์

เบียร์ Ale มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ รสชาติเข้มข้นบาดคอ ปริมาณแอลกอฮอล์สูงประมาณ 5 – 6.5 ดีกรี

เบียร์ Lager มีสีเหลืองอ่อนถึงสีอำพันเข้ม รสชาติอ่อนออกหวานมีรสขมเล็กน้อย เวลาดื่มให้ความรู้สึกสดชื่น ปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 3 – 5 ดีกรี

Ale & Lager ความเหมือนที่แตกต่าง3
https://justbeerapp.com/article/what-is-a-beer-flight

วัตถุดิบในการผลิต Ale & Lager

ส่วนประกอบที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์ Ale & Lager จะมีส่วนประกอบที่เหมือนกัน ดังนี้

1.Barley (ข้าวบาร์เลย์)

ข้าวบาร์เลย์ที่นำมาใช้ในการผลิตเบียร์เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับหมักเบียร์ ข้าวบาร์เลย์ไม่สามารถนำไปหมักเบียร์ได้โดยตรงแต่จะต้องนำไปทำเป็นมอลต์ก่อนจึงจะสามารถนำไปหมักเบียร์ได้ การเปลี่ยนข้าวบาร์เลย์เป็นข้าวมอลต์ก็เพื่อเปลี่ยนแป้งที่อยู่ในข้าวให้เป็นน้ำตาลที่ยีสต์สามารถย่อยสลายกลายเป็นแอลกอฮอล์ได้ โดยนำข้าวบาร์เลย์ไปผ่านกระบวนการ “ Malting ” ที่มีขั้นตอนดังนี้

  • นำข้าวแช่ในน้ำที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส การแช่น้ำจะทำให้เมล็ดข้าวบาร์เลย์มีรากอ่อนและใบอ่อนงอกออกมา
  • นำข้าวบาร์เลย์ที่มีรากงอกออกมาแล้วไปผึ่งให้แห้งด้วยการใช้ลมที่อุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียสเป่าจนแห้ง 
  • ปล่อยให้รากของข้าวบาร์เลย์งอกยาวประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวในเมล็ด
  • นำข้าวบาร์เลย์ไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียสจนข้าวเมล็ดข้าวแห้ง ซึ่งเมล็ดข้าวที่แห้งแล้วจะเรียกว่า “ข้าวมอลต์” ที่ใช้ในการผลิตเบียร์ 

2. Yeast (ยีสต์)

สำหรับช่วยในการย่อยน้ำตาลในข้าวมอลต์ให้เป็นแอลกอฮอล์

3. Hops (ฮอปส์)  

คือ ตัวที่สร้างความขมและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับเบียร์ นอกจากนี้ Hops ยังเป็นตัวช่วยยืดอายุของเบียร์ให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น

4.Water (น้ำ) 

เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เบียร์มีลักษณะเป็นน้ำใส่หรือข้น ขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่ใส่ลงไปในขั้นตอนการหมักเบียร์

การผลิตเบียร์ต่างชนิดกันถึงแม้จะมีองค์ประกอบของวัตถุดิบที่เหมือนกัน แต่ชนิดและอัตราส่วนที่ใช้จะต่างกัน จึงทำให้ได้เบียร์ที่มีสี รสชาติ กลิ่นและปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่างกันนั่นเอง

จะเห็นว่าเบียร์ Ale & Lager ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกันและใช้วัตถุดิบหลักเหมือนกัน แต่เมื่อผ่านกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ทำให้ได้เบียร์มีลักษณะที่ต่างกัน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ดังนั้นหากคุณชอบเบียร์ที่หนัก ให้ความรู้สึกเข้มข้นและมีดีกรีแอลกอฮอล์สูง ๆ ต้องดื่ม Ale แต่ถ้าชอบเบียร์รสนุ่ม กลิ่นหอม สีและรสชาติให้ความรู้สึกสดชื่น ดีกรีแอลกอฮอล์น้อย ๆ ต้องดื่มเบียร์ Lager ซึ่งเบียร์ทั้งสองแบบล้วนเป็นเบียร์ต้นตำหรับที่คุณห้ามพลาด 

เว็บตรงสล็อต

UFABET เว็บหลัก

บทความล่าสุด

Whiskey กับวิธีการดื่มดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้หลากหลาย

Whiskey กับวิธีการดื่มดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้หลากหลาย

Whiskey เครื่องดื่มประเภทมี Alcohol ที่สามารถดื่มกันได้แบบชิล ๆ พร้อมกรรมวิธีการผลิตที่ต้องผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คสุดคลาสสิกด้วยระยะเวลาการบ่มกว่า 3 ปี ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและกลิ่นที่ละมุน  ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถันทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมการดื่มที่หลากหลาย

Read More »
TENDO เทนโดะ วิสกี้ สไตล์ญี่ปุ่น คุณภาพดีๆ ในราคาย่อมเยา

TENDO (เทนโดะ) วิสกี้สไตล์ญี่ปุ่น คุณภาพดีๆ ในราคาย่อมเยา

บนโลกใบนี้…ใครว่ามีแต่วิสกี้สไตล์ยุโรปหรืออเมริกันเท่านั้น ขอบอกเลยว่าไม่จริงอย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำ เทนโดะ วิสกี้ ซึ่งเป็นวิสกี้สไตล์ญี่ปุ่น ในราคาที่ย่อมเยา แต่คุณภาพนั้นคัพแก้วเทียบเท่ากับไวน์เกรดสูงๆ ฝั่งทางยุโรปอเมริกา ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร

Read More »
Jack Daniel's อเมริกันวิสกี้อันดับ 1 จาก Tennessee

Jack Daniel’s อเมริกันวิสกี้อันดับ 1 จาก Tennessee

หากใครที่เป็นชาวคอวิสกี้ตัวยงอยู่นั้น คงจะคุ้นเคยกับ jack daniel กันมาพอสมควรแล้ว เพราะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น อเมริกัน วิสกี้ ที่ได้อยู่แถวหน้าของการอวดโฉมของบาร์อยู่เสมอ และยังเป็นส่วนหนึ่งของ

Read More »
มาทำความรู้จัก The Macallan 1 ใน ซิงเกิ้ลมอลต์ระดับพรีเมี่ยมของโลก

มาทำความรู้จัก The Macallan 1 ใน ซิงเกิ้ลมอลต์ระดับพรีเมี่ยมของโลก

เรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เชื่อหรือไม่ค่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความน่าหลงใหลและเป็นหัวข้อที่ชวนให้เกิดความน่าสงสัยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจและน่าสงสัยไปพร้อม ๆ กันของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นก็คือเรื่องของ The Macallan ซึ่งเป็น 1 ใน

Read More »
บรั่นดี vs คอนยัค

บรั่นดี vs คอนยัค กับ 2 ความเหมือนที่แตกต่าง

    คนทั่วโลกนั้นอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีผิว ภาษา หรือในเรื่องรูปลักษณ์ต่าง ๆ ค่ะ แต่เชื่อว่าสิ่งที่คนทั่วโลกน่าจะเป็นเช่นเดียวกันนั้นก็คือเรื่องของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เกิดมาสักหนึ่งชีวิตจะต้องดื่มเป็นเรื่องธรรมดา เพราะในสมัยนี้นั้นการเข้าสังคมของคนวัยทำงาน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Read More »

Table of Contents